"ชูวิทย์"ชี้กรณีศึกษา“ทนายแก้ว“ชื่อเสียงหมดไปกับตัณหาชั่วพริบตา
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า กรณีศึกษา “ทนายแก้ว“
ผมนำเอาเรื่องนี้มาให้สังคมได้พิจารณาตรรกะความคิดของคนในสมัยนี้
เพราะเรื่องพรรค์นี้เกิดจาก “ผีห่าซาตาน” ที่ชื่อ ”กิเลสตัณหา“
ผมรู้จักดี มันสิงสถิตย์อยู่ในผู้ชายทุกเพศทุกวัยไม่ว่าหนุ่มยันแก่
ทนายแก้วยอมรับว่าได้กอดหอม เพราะอดใจไม่ไหว ไม่รู้ผีห่าซาตานที่ไหนเข้าสิง
แกยอมรับตรงๆ เพราะเด็กสาวอายุ 18 ปี หน้าตาจิ้มลิ้ม
แต่คอมเมนท์ของคนดันไปบอกว่า ”เด็กคงยอม“ หรือ ”เด็กไปอ่อย“ ไปเข้าใจโลกในมุมกลับ
ถือเป็นเรื่องวิบัติทางความคิดของคนสมัยนี้
แม้แต่ “หมอนวด“ ที่เป็น Sex Worker ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปทำปู้ยี่ปู้ยำกันได้ทุกที่ทุกเวลาทุกคน
เด็กสาวที่ยอมไปกินข้าวกับทนายแก้ว ถ่ายรูปใกล้ชิด ก็ไม่ได้หมายความจะให้หอมกอดได้
ยิ่งเป็นเด็กวัยรุ่นอายุแค่ 18 ปี ขณะที่ทนายแก้วอายุ 50 ปี แก่จนเป็นพ่อได้ ยิ่งต้องหยุดตัณหาที่มาผิดที่ผิดวัย
เมื่อล้ำเส้นไปแล้ว จะบอกว่าพ่อเด็กถือโอกาส ”แบล็กเมล์“ ได้ยังไง?ชูวิทย์quotชี้กรณีศึกษาทนายแก้วชื่อเสียงหมดไปกับตัณหาชั่วพริบตา
หากเกิดกับลูกตัวเองจะคิดแบบนี้ได้ไหม?
ชื่อเสียงทนายแก้วหมดไปกับ ”ตัณหา“ ชั่วพริบตา
เทียบกับ ”พรรคการเมือง“ ที่มีสถานะเป็น ”สถาบันทางการเมือง” ย่อมต้องมีมาตรฐานสูงกว่ามาก
ผู้สมัคร สส. อดีต สส. ไปมีความผิดทั้งฟอกเงินยาเสพติด และเว็บพนัน
จะไปอ้างว่ายอมรับและลาออกเหมือนทนายแก้วไม่ได้
พรรคส้มไม่ใช่ปัจเจกบุคคล แต่เป็นสถาบันที่คัดบุคคลมาอาสาทำงานเพื่อบ้านเมือง
พรรคคือ “ผู้สนับสนุน” ถือเป็นพาหนะ ส่วนผู้กระทำผิดนั้นคือ “ตัวการ” ผู้ขับเคลื่อนพาหนะนั้นไปทำงานรับใช้ประชาชน
หากคนขับนำพาหนะไปก่ออุบัติเหตุ ทั้งคนขับและพาหนะย่อมเสียหายไปด้วยกัน
ทนายแก้วหรือพรรคส้ม ล้วนมีกิเลสตัณหาด้วยกันทั้งสิ้น ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอีกอย่าง
อย่าไปหลงใหลตัวบุคคล หรือตัวพรรคจนหลับหูหลับตา
เกิดมาเกือบ 70 ปี ยังไม่เคยเห็นพรรคไหนอยู่ยงคงกระพัน ล้วนมาแล้วไปโดยทั้งสิ้น
แต่ประเทศชาติไม่เคยเห็นว่าจะถึงทางตันเสียที ดันเป็นพรรคการเมืองถึงทางตันเสียมากกว่า
แม้จะเอาร้อย “พิธา” มาโชว์ตัวหาเสียง นอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังปลุกกระแส “ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ“ กลับมาอีก
ความศรัทธาต้องสั่งสม ไม่ได้มาเพียงชั่วครู่ชั่วยามเหมือนเห่อดาราเซเลบ
ชีวิตการเมืองของพิธา ธนาธร ช่อ ต๋อม (ชัยธวัช) อันเป็นแถวหนึ่งแถวสอง จบไปด้วยโทษการเมืองแบน 10 ปี ไปถึงตลอดชีวิต
ส่วนแถวสามก็ใช่ว่าจะรอด 44 สส. รอถึงคิว
กรณีศึกษาเรื่อง “ทนายแก้ว” กับ “พรรคส้ม” จึงจบด้วยความคล้ายคลึงกัน
ว่ากิเลสตัณหานั้น จะตะแบงอย่างไรมันก็ผิดอยู่ดี
เพราะพื้นฐานไม่ได้เกิดมาจากความบริสุทธิ์ใจ แต่เกิดมาจากความหน้ามืด
相关推荐
- 《RedPassportTickettoRussia》PC版下载 Steam正版分流下载
- Healthcare Holding Schweiz收购Medddbase International的股份
- 垃圾分类要积极,争当文明参与者
- 国务院对外卖平台开展调查评估,淘宝闪购回应:积极配合,严格落实合规主体责任
- 我国拟推行绿色包装新政 研究绿色包装在物流企业中如何应用
- "ในหลวง"พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569
- "วาสนา นาน่วม"แจงกรณีถูกพาดพิงมีชื่ออยู่ในแผนพีอาร์พรรคการเมือง
- 何小鹏:小鹏探索AI也怀疑过AI
【微信950216】皇家上下分客服怎么联系



